บ้านบุตั้งอยู่บริเวณริมคลองบางกอกน้อยฝั่งใต้ หลังสถานีรถไฟธนบุรี ยาวขนานไปกับลำคลองราว 800 เมตร ถึงบริเวณวัดสุวรรณาราม ในสมัยโบราณเรียกชุมชนด้านวัดสุวรรณารามว่าบ้านบุบน และเรียกชุมชนด้านปากคลองว่าบ้านบุล่าง ปัจจุบันเป็นที่ตั้งที่ว่าการเขตบางกอกน้อย เป็นชุมชนที่ตั้งบ้านเรือนอยู่อาศัยกว่า 100 หลังคาเรือน

บ้านบุ เป็นย่านที่ทำขันลงหินหรือขันบุมาแต่โบราณ ปรากฎหลักฐานในเอกสารสมัยรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์เป็นต้นมา โดยมีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาในชุมชนว่า บรรพบุรุษของชาวบ้านบุ เป็นชาวกรุงศรีอยุธยา ได้อพยพมาตั้งหมู่บ้านภายหลังจากเสียกรุงเมื่อพุทธศักราช 2310

ชุมชนบ้านบุจึงอาจจะก่อตั้งขึ้นในสมัยกรุงธนบุรีหรือสมัยกรุงรัตนโกสินทร์เมื่อมีการตั้งราชธานีเป็นการมั่นคงแล้ว โดยชาวบ้านผู้เคยประกอบอาชีพช่างบุทำเครื่องทองลงหินหรือเครื่องทองสัมฤทธิ์ ได้รวมกลุ่มกันเลือกที่ตั้งบ้านเรือนขึ้นในทำเลนอกคลองคูเมืองราชธานี บริเวณปากคลองบางกอกน้อย อันเป็นที่ตั้งของชุมชนมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ดังมีวัดอมรินทราราม (วัดบางหว้า) และวัดสุวรรณาราม (วัดทอง) วัดโบราณสมัยอยุธยาตั้งอยู่เป็นศูนย์กลางของชุมชนมาแต่เดิม ชาวบ้านคงดำรงชีพด้วยการทำภาชนะเครื่องทองลงหินเช่นเดียวกับเมื่อครั้งบ้านเมืองยังดีและสืบเชื้อสายถ่ายทอดวิชาช่างบุต่อเนื่องกันมาในชุมชนหมู่บ้าน หลายชั่วอายุคน จนเป็นที่มาของนาม " บ้านบุ " ถึงในปัจจุบัน

 

 

ศิลปะการทำเครื่องทองลงหินของชาวบ้านบุ ดำรงอยู่ในบ้านบุสืบต่อกันมาเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 200 ปี ในช่วงที่ยังไม่มีสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาแข่งขันในตลาด มีผู้นิยมใช้เครื่องทองลงหินเป็นจำนวนมาก จนช่างไม่สามารถจะผลิตได้ทันต่อความต้องการ จึงเกิดการผลิตของเลียนแบบขึ้นจากทองเหลือง หล่อปั๊มด้วยเครื่องจักรขึ้นมาตีตลาดด้วยจำนวนการผลิตที่สูงกว่าและมีราคาถูกกว่ามาก

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 การผลิตเครื่องทองลงหินซบเซาลง เนื่องจากการอพยพหลบหนีสงครามของชาวบ้านบุและเมื่อย้ายกลับมา บางบ้านก็เปลี่ยนแปลงอาชีพด้วยเหตุผลด้านการตลาดและด้วยเหตุผลอื่น ๆ อาทิ ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ความไม่คุ้นชินต่อเทคโนโลยีการผลิตที่เปลี่ยนแปลงไปใช้เครื่องมือที่ทันสมัย ผู้ผลิตมีอายุที่สูงขึ้น ตลอดจนความพอใจในการประกอบอาชีพอื่น ๆ ทดแทน

ในขณะเดียวกันผู้ที่ยังประกอบอาชีพการทำเครื่องทองลงหินอยู่ ก็พยายามพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์เพื่อเปิดตลาดให้กว้างขวางยิ่งขึ้น มีการออกแบบและผลิตภาชนะรูปแบบใหม่ ๆ นอกเหนือจากขันน้ำพานรอง และจอกลอยอย่างโบราณอีกเป็นจำนวนมา 

จากสภาพบ้านเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปทุกขณะ มีผลทำให้ศิลปหัตถกรรมการผลิตเครื่องทองลงหินของบ้านบุเปลี่ยนแปลงไปตามสภาวการณ์ใหม่ ๆ ไม่เพียงแต่รูปแบบแปลกใหม่ของภาชนะที่เกิดขึ้นรองรับความแตกต่างทางวัฒนธรรมของชาวต่างประเทศ และเทคโนโลยีการผลิตที่เพิ่มพูนขึ้นเท่านั้น ในทางตรงกันข้าม ความรู้ความสามารถและเทคนิคในการผลิตภาชนะอย่างโบราณกลับเสื่อมถอยลงด้วยขาดหายผู้รู้ ผู้ทำได้ลงไปทุกขณะ

ในภาวะที่ตลาดการค้าเครื่องทองลงหินยังเปิดกว้างอยู่อีกมากในปัจจุบัน บ้านบุคงเหลือโรงงานเพียง 2 แห่ง และช่างผู้ผลิตเพียงไม่กี่รายซึ่งยังคงทำเครื่องทองลงหินต่อไปจนกว่าจะหมดช่าง ซึ่งช่างรุ่นนี้คงเป็นช่างรุ่นสุดท้าย เนื่องจากไม่สามารถฝึกหัดช่างใหม่ขึ้นมาทดแทนช่างรุ่นเก่าได้ เพราะการฝึกนายช่างขึ้นมาสักคนต้องใช้ระยะเวลานาน คนรุ่นใหม่ที่มาฝึกหัดมักไม่มีความอดทนพอที่จะฝึกจนสำเร็จเป็นนายช่าง ซึ่งเป็นปัญหาที่พบอยู่ร่วมกันทั้ง 2 โรงงาน

สำหรับช่างฝีมือรุ่นปัจจุบัน จากการสัมภาษณ์พบว่า ไม่ส่งเสริมให้ลูกหลานฝึกหัดขึ้นแทนมืออีกต่อไป เพราะงานบุเป็นงานหนัก ทำได้ด้วยความลำบากเหนื่อยยาก จึงต้องการให้ลูกหลานเรียนหนังสือและทำงานสบายกว่านี้ ไม่ลำบากเหมือนตนเอง ดังนั้นช่างฝีมือจึงอาจจะหมดไปจากบ้านบุในระยะเวลาอันสั้น คะเนว่าอาจจะเป็นระยะเวลาอีกเพียง 10 ปีข้างหน้า
เมื่อวาระนั้นมาถึง ความประณีตและสุนทรียภาพของเครื่องทองลงหินที่ผลิตขึ้นได้ด้วยมือที่เชี่ยวชาญของช่างบ้านบุ คงจะสูญหายไปพร้อมกับเสียงบุตีขัน อันเป็นสัญลักษณ์ของบ้านบุที่เคยดังกังวานสืบเนื่องติดต่อกันมากว่า 200 ปี และบ้านบุคงจะกลายเป็นเพียงตำนานนามบ้านที่เล่าขานกันต่อไป ถึงความรุ่งเรืองของงานช่างฝีมือที่เคยบังเกิดขึ้นในละแวกคลองบางกอกน้อยเท่านั้น

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ลายตา

#21 By เดกปกทั้พพพพพพพพพพพพพพพพพพพพ (223.206.6.187) on 2011-09-05 16:59

sad smile question question

#20 By karn fai (115.87.166.42) on 2011-05-26 15:11

ข้อมูลนี้มีประโยชน์ต่อเด็กในวัยเรียนได้ดีเป็นอย่างมาก
เพราะจะทำนู๋ ไม่ต้องค้างงาน
ขอบคุณมากๆค่ะสำหรับข้อมูลอันล้ำค่านี้
ขอบคุณค่ะdouble wink big smile

#19 By นู๋จิ๊ด (27.130.185.152) on 2011-02-28 20:37



มีเเต่หมี

#18 By ต้องการข้อมูล (124.122.127.211) on 2011-02-18 08:01

อยากได้ลายระเลียดเยอะกว่านี้open-mounthed smile

#17 By tik (124.120.215.27) on 2011-02-12 15:32

อ่านแล้วงงครับsad smile พอดีไม่รู้เรื่อง

#16 By ................... (124.121.95.218) on 2011-01-30 21:11

ตัวหนังสือเล็กเเกินไปembarrassed

#15 By นิจ (49.228.116.56) on 2010-12-27 21:38

ดีมากครับแต่อยากได้ตัวใหญ่กว่านี้เปลี่ยนลายให้ไม่ลายตาด้วยครับอยากได้เกี่ยวกับพูมปันยาไทยสมัยรัตนโกสินทร์

#14 By nathaphat (125.27.108.236) on 2010-11-17 16:37

ตัวหนังสือเล็กไปหน่อยนะ แต่ขอบคุณมากๆเลยค่ะdouble wink

#13 By punch (125.27.62.199) on 2010-11-11 18:18

ขอบคุณคร่าที่ให้ข้อมูลกับเราbig smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile double wink double wink double wink double wink double wink surprised smile surprised smile surprised smile question question question

#12 By จินคร่า (183.89.36.34) on 2010-10-31 14:12

ไม่เห็นมีอะไรsad smile

#11 By ฟาง (118.175.16.2) on 2010-10-26 07:51

ขอขอบคุรทีให้ความรู้ในเรืองนี้open-mounthed smile

#10 By (180.183.96.77) on 2010-09-22 17:45

สมใจ ทองประสม

#9 By (125.24.43.37) on 2010-09-15 14:52

big smile open-mounthed smile confused smile sad smile angry smile tongue question embarrassed surprised smile double wink double wink cry

#8 By (61.90.102.207) on 2010-09-09 18:58

หวัดดีครับ embarrassed wink open-mounthed smile big smile angry smile

#7 By เพเกด (125.26.234.18) on 2010-08-14 08:02

หวัดดีครับ embarrassed wink open-mounthed smile big smile angry smile

#6 By เพเกด (125.26.234.18) on 2010-08-14 08:02

กดเกืดาแด่กดา

#5 By เเดเดเสดาใด (118.173.214.183) on 2010-07-26 15:08

wall paper น้องหมีน้าร้ากกกกกก

#4 By เอมมี่ (118.172.64.13) on 2010-01-25 18:05

ไม่เห็นมีอะไร เกี่ยวกับ เคร ื่องขันลงหินเลย เหมือนอยากขาย ตุกกะตา

embarrassed embarrassed

#3 By คนที่ต้องการข้อมูล (124.120.229.112) on 2009-10-23 20:06

hey,dood.

I came to visit yr webpage.Pretty interesting but the word is too long naja.Anyway,see you next Tuesday.

P'por

#2 By por on 2009-07-26 15:54

เร่ิมแจ่มแระ ปรับปรุงอีกนิด ส่วนอื่น ๆ ok

#1 By (203.146.122.253) on 2009-07-25 14:30